Roman Empire
ทั่วไป

10 ข้อเท็จจริงของ “จักรวรรดิโรมัน” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

โรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว เป็นคำพูดยอดฮิตที่ใครๆก็รู้จัก ประวัติของเมืองโรมนั้นช่างยาวนาน ต้นกำเนิดของโรมนั้นเริ่มจากเป็นหมู่บ้านเล็กๆและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนการเป็นเมืองอันรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ ในวันแรกที่มีการตั้งเมืองอย่างเป็นทางการก็มีการเกณฑ์ทหารเตรียมพร้อมในการป้องกันเมืองทันที โดยมีกองทัพหลักเป็นทัพบก 3,000 นายและมีหน่วยทหารม้าอีก 300 นาย จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปพวกชาวโรมันก็ทวีคุณความยิ่งใหญ่ทั้งด้านการทหารและความเจริญของอารยธรรม ยึดครองดินแดนและขยับขยายจนกลายเป็นจักรวรรดิใหญ่ได้ในที่สุด

1.จุดเริ่มต้นของจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่

อารยธรรมโรมันโบราณเริ่มต้นขึ้นในบริเวณคาบสมุทรอิตาลีในช่วงศตวรรษที่ 8 ถูกก่อตั้งขึ้นโดยกษัตริย์พระองค์แรกซึ่งมีนามว่า “Romulus” และได้กลายเป็นเมืองที่มีความร่ำรวยและมีอำนาจในช่วง 100 ปี ต่อมา จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 117 “จักรวรรดิโรมัน” ก็สามารถขยายอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดในประเทศอิตาลีและพื้นรอบเขตเมดิเตอร์เรเนียนและไปไกลถึงเกาะอังกฤษเลย

2.เรื่องเล่าตำนานกษัตริย์

ตามตำนานชองชาวโรมันเล่ากันต่อมาว่ากษัตริย์ “Romulus” ยังมีพี่น้องฝาแฝดอีกคนนามว่า “Remus” ทั้งคู่ถูกเอามาปล่อยทิ้งไว้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กในบริเวณที่ได้กลายเป็นเมืองโรมในเวลาต่อมา ต่อมาได้รับการช่วยเหลือเลี้ยงดูจากแม่หมาป่า แต่ในที่สุดเมื่อพี่น้องทั้งสองคนเติบโตขึ้นก็ต่อสู้กันเองจน “Remus” ถูกสังหาร ส่วน “Romulus” ก็ได้กลายเป็นผู้ปกครองคนแรกของโรม

3.กองทัพอันยิ่งใหญ่

ชาวโรมันได้ร่วมมือกันสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ และทำการสู้รบเพื่อยึดดินแดนต่างๆมารวมเป็นพื้นที่ของตนเอง ด้วยประสิทธิภาพของกองทัพโรมันที่สามารถเคลื่อนพลได้ไกลวันละ 40 กิโลเมตร จนสามารถขยายอาณาเขตได้กว้างไกลโดยไม่ต้องพึ่งพายานพาหนะ ที่สำคัญเลยก็คือนับตั้งแต่ชาวโรมันเริ่มทำสงครามครั้งแรกจนถึงครั้งสุดท้ายก็ถือเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานถึง 721 ปีเลยทีเดียว

4.ยังไม่ใช่อารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น

ในสมัยนั้น “จักรวรรดิโรมัน” มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 28 ของโลกเท่านั้น ยังมีจักรวรรดิอื่นๆที่สามารถขยายอาณาเขตได้มากกว่าถึง 27 จักรวรรดิ และประชากรทั้งหมดของโรมันก็ถือเป็นประชากรจำนวนเพียง 12% ของโลกเท่านั้น ในช่วงเวลานั้นมีการคำนวนค่าเฉลี่ยอายุของชาวโรมันอยู่ที่ 20-30 ปี เท่านั้น อายุไม่ค่อยจะยืนยาวกันสักเท่าไหร่

5.ไม่ได้ใช้เวลาในการสู้รบเพียงอย่างเดียว

ชาวโรมันยังใช้เวลาในการพัฒนาด้านศิลปะและสถาปัตยกรรม ถนนและกำแพง รวมไปถึงความรู้ทางด้านการก่อสร้างและถือกำเนิดวิศวกรชื่อดังออกมาเป็นจำนวนมาก ได้มีการก่อสร้าง โคลอสเซียม , วิหาร และเมืองอันสวยงามเช่นเมือง เลปติส เมกนา ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นเมืองที่สวยงามที่สุดของอาณาจักรโรมัน

6.เทศกาลบูชาเทพดาวเสาร์

มีชื่อเรียกเทศกาลนี้ว่า “Saturnalia” เป็นงานเฉลิมฉลองเพื่อบูชาเทพเจ้าดาวเสาร์ จะจัดขึ้นทุกวันที่ 17 ธันวาคมตามปฏิทินจูเลียน เป็นช่วงเวลาที่ใครนึกอยากจะทำอะไรก็ได้ตามใจ ผู้คนจะหยุดทำงานกัน 7 วันรวมไปถึงพวกทาสก็จะได้หยุดพักกันนาน 1 สัปดาห์ด้วย มีคนฉวยโอกาสก่ออาชญากรรมขึ้นบ้างแต่ก็ไม่ใช่จำนวนที่มากนัก

7.เทพเจ้าสุขา

เป็นอีกหนึ่งความเชื่อของชาวโรมันว่าในห้องสุขานั้นมีเทพเจ้าสิงสถิตอยู่ ซึ่งก็ไม่ต่างจากความเชื่อของชนชาติอื่นเพียงแต่ว่าในบางชนชาติจะเชื่อว่านอกจากจะมีเทพเจ้าในสุขาแล้วยังอาจจะมีปีศาจและสิ่งชั่วร้ายเข้ามาสิงสถิตอยู่ด้วย เช่น คนญี่ปุ่นเป็นต้น แต่ตามความเจ้าของโรมันเขื่อว่าเทพเจ้าจะคอยปกป้องผู้คนจากโรคท้องร่วงหรืออาการท้องผูก

8.เรื่องแปลกในจักรวรรดิโรมัน

ชาวโรมันใช้ฉี่ในการซักเสื้อผ้าซึ่งเป็นเรื่องปกติมากในสมัยนั้น , ในสมัยก่อนพื้นที่ในเมืองปารีสคือเมือง “Lutetia” ของจักรวรรดิโรมัน , ความลับในการเสริมความงามของพวกสาวๆคือการเอาเหงื่อของพวกนักสู้กลาดิเอเตอร์มาใช้ทาผิว , ในสมัยนั้นพวกทหารจะได้รับเกลือเป็นเงินเดือน!! และในสมัยนั้นมีตลาด “Trajan’s Market” ซึ่งเป็นตึกสูงหลายชั้นใหญ่โตกว้างขวางไม่ต่างจากห้างสรรพสินค้าเลย

9.การต่อสู้ในโคลอสเซียม

ในสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่สถานที่ประลองระหว่างคนกับคน หรือคนกับสัตว์ร้ายเท่านั้น โคลอสเซียมยังถูกออกแบบให้จุน้ำได้เหมือนกับสระว่ายน้ำและจะมีการต่อสู้ทางเรือเป็นสงครามเล็กๆเกิดขึ้นที่นี่อีกด้วย

10.จักรพรรดิ์ทุกพระองค์ดื่มยาพิษทุกวัน

ในแต่ละวันจักรพรรดิ์จะต้องดื่มยาพิษเข้าไปในปริมาณเล็กน้อย มันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันเพราะมีความเชื่อกันว่าในระยะยาวร่างกายจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันยาพิษขึ้นมาได้ ก็ไม่ต้องกลัวการโดนลอบวางยากันอีกต่อไป

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *