• ทั่วไป

    9 ข้อเท็จจริงของประเทศสเปนที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

    ประเทศสเปนเป็นประเทศที่ถูกล้อมรอบเกือบทั้งหมดโดยทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมีชายหาดเต็มไปหมด แถมยังมีสถานที่ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกถึง 47 แห่ง ไม่น่าแปลกเลยที่จะเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากเยี่ยมมากเป็นอันดับต้นๆของโลก นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุดในโลกอีกด้วย แต่นอกจากเรื่องการสู้วัวกระทิงและมีฟุตบอลเป็นกีฬาประจำชาติแล้วยังมีเรื่องที่น่าสนใจอีกหลายเรื่องไปอ่านกันเลย 1.ประเทศนี้คือประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันมะกอกรายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อนึกถึงน้ำมันมะกอกเชฟหลายคนก็มักจะคิดถึงประเทศสเปนก่อนเลยเป็นอันดับแรก ในแต่ละปีประเทศนี้มีการผลิตน้ำมันมะกอกจำนวนมากถึง 44% ของทั้งหมดที่ถูกขายในตลาดทั่วโลก แคว้น Andalusia คือสถานที่มีการผลิตน้ำมันมะกอกมากที่สุดในประเทศ 2.สเปนคือประเทศที่มีบาร์จำนวนมากที่สุดในยุโรป หากคุณไปเที่ยวสเปนและต้องการหาเบียร์เย็นๆหรือไปเที่ยวบาร์ดีๆในยามค่ำคืนละก็ที่ประเทศนี้มีบาร์คอยให้บริการนักท่องเที่ยวยามราตรีมากที่สุดในทวีปยุปโรปแล้ว บาร์และคาร์เฟ่หลายแห่งเปิดให้บริการทั้งตอนกลางวันและกลางคืนสิงห์นักดื่มไม่ควรพลาด 3.มีชายหาดยาวมากถึง 8,000 กิโลเมตร ถ้าเอาความยาวของชายหาดในประเทศสเปนเอามาตีเป็นเส้นตรงจะพบว่ามีความยาวประมาณ 8 พันกิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่ไปชายหาดมักไม่ต้องเจอปัญหาเรื่องผู้ใช้บริการแออัดก็เพราะว่าชายหาดมันกว้างพอสำหรับทุกคนนั่นเอง 4.ร้านอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ร้านนี้มีชื่อว่า “Sobrino de Botín” เปิดตัวในปี ค.ศ.1725 ที่เมืองมาดริดซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศสเปน เปิดบริการจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงทุกวันนี้ และถูกบันทึกข้อมูลเป็นสถิติโลกของ ”Guinness Book of Records” รับรองให้เป็นร้านอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในโลก 5.ภาษาสเปนคือภาษาที่มีคนใช้ทั่วโลกมากที่สุดเป็นอันดับที่สอง ภาษาที่มีคนใช้ทั่วโลกมากเป็นอันดับที่หนึ่งคือภาษาอังกฤษ หลายประเทศใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองเช่น การที่สเปนสามารถเป็นอันดับที่สองได้นั้นก็เพราะว่าสมัยก่อนสเปนเป็นประเทศล่าอาณานิคม มีหลายประเทศเคยตกอยู่ใต้การปกครองของสเปน มีการคำนวนแล้วว่าน่าจะมีคนพูดภาษาสเปนได้ประมาณ 438 ล้านคน 6.ถึงแม้ว่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแสนยานุภาพทางทหารแต่สเปนไม่เคยเข้าร่วมสงครามโลก สเปนมีจุดยื่นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการไม่ใช้ความรุนแรงและวางตัวเป็นกลางในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองมาตลอด ผู้นำของสเปนในสมัยนั้นไม่อยากให้การสู้รบลุกลามมาถึงประเทศตัวเองเลยต้องทำตัวเป็นกลาง ที่สำคัญคือในประเทสตัวเองก็พึ่งมีสงครามกางเมืองไปหมาดๆ ถ้าส่งทหารไปช่วยในสงครามโลกก็มีสิทธิจะโดนประเทศเพื่อนบ้านรุกรานเอาได้ 7.การแก้ผ้าบนชายหาดหลายแห่งถือว่าไม่ผิดกฏหมาย ชายหาดของสเปนนี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชายหาดสวรรค์สำหรับหนุ่มๆเลยก็ว่าได้ เพราะอนุญาตให้ทุกคนสามารถเปลือยได้โดยไม่ผิดฏหมายแต่อย่างใด แต่ว่าไม่ใช่ทุกชายหาดนะคุณจะแก้ผ้าได้เฉพาะในชายหาดที่เขาอนุญาติเท่านั้นและมีเงื่อนไขที่ต่างกัน เช่น บางชายหาดอนุญาติให้เปลือยได้ทั้งตัว และบางชายหาดอนุญาตให้สาวๆเปลือยท่อนบนได้เท่านั้นห้ามถอดท่อนล่างเด็ดขาด 8.ธุรกิจใหม่ๆจำนวน 40% บริหารโดยเจ้าของที่เป็นผู้หญิง ในช่วงเวลาที่คนสเปนจำนวนมากหางานทำไม่ได้ ก็เป็นช่วงเวลาที่ได้ถือกำเนิดผู้ประกอบการหญิงเป็นจำนวนมากเพราะเมื่อคนหางานทำกันไม่ได้ในที่สุดคนก็ต้องสร้างงานให้ตัวเอง ประเทศนี้มีคนตกงานมากเป็นอันดับที่สองในยุโรปถ้าหากคุณเป็นคนสเปนคุณมีโอกาสตกงานถึง 1 ใน 4 เลยนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกหนุ่มสาวที่ยังไม่มีประสบการณ์จะหางานทำได้ยาก 9.คนสเปนเป็นคนชิลๆอย่างมาก ผลการสำรวจในปี ค.ศ.2013 พบว่าใน 1 วัน คนสเปนใช้เวลาประมาณ 16 ชั่วโมงไปกับการกิน , ดื่ม และการนอน คนสเปนยังมีคำพูดว่า “Mañana Mañana” ซึ่งแปลกันตรงๆว่า “พรุ่งนี้พรุ่งนี้” อีกด้วย แต่มีความหมายจริงๆแปลว่า “ไม่มีความเครียด” ไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะในที่สุดทุกอย่างจะลงเอยได้ดี ซึ่งการทำให้ตัวเองผ่อนคลายและสนุกไปกับการใช้ชีวิตนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสเปนไปซะแล้ว  

  • ทั่วไป

    10 ข้อเท็จจริงของ “จักรวรรดิโรมัน” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

    โรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว เป็นคำพูดยอดฮิตที่ใครๆก็รู้จัก ประวัติของเมืองโรมนั้นช่างยาวนาน ต้นกำเนิดของโรมนั้นเริ่มจากเป็นหมู่บ้านเล็กๆและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนการเป็นเมืองอันรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ ในวันแรกที่มีการตั้งเมืองอย่างเป็นทางการก็มีการเกณฑ์ทหารเตรียมพร้อมในการป้องกันเมืองทันที โดยมีกองทัพหลักเป็นทัพบก 3,000 นายและมีหน่วยทหารม้าอีก 300 นาย จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปพวกชาวโรมันก็ทวีคุณความยิ่งใหญ่ทั้งด้านการทหารและความเจริญของอารยธรรม ยึดครองดินแดนและขยับขยายจนกลายเป็นจักรวรรดิใหญ่ได้ในที่สุด 1.จุดเริ่มต้นของจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ อารยธรรมโรมันโบราณเริ่มต้นขึ้นในบริเวณคาบสมุทรอิตาลีในช่วงศตวรรษที่ 8 ถูกก่อตั้งขึ้นโดยกษัตริย์พระองค์แรกซึ่งมีนามว่า “Romulus” และได้กลายเป็นเมืองที่มีความร่ำรวยและมีอำนาจในช่วง 100 ปี ต่อมา จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 117 “จักรวรรดิโรมัน” ก็สามารถขยายอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดในประเทศอิตาลีและพื้นรอบเขตเมดิเตอร์เรเนียนและไปไกลถึงเกาะอังกฤษเลย 2.เรื่องเล่าตำนานกษัตริย์ ตามตำนานชองชาวโรมันเล่ากันต่อมาว่ากษัตริย์ “Romulus” ยังมีพี่น้องฝาแฝดอีกคนนามว่า “Remus” ทั้งคู่ถูกเอามาปล่อยทิ้งไว้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กในบริเวณที่ได้กลายเป็นเมืองโรมในเวลาต่อมา ต่อมาได้รับการช่วยเหลือเลี้ยงดูจากแม่หมาป่า แต่ในที่สุดเมื่อพี่น้องทั้งสองคนเติบโตขึ้นก็ต่อสู้กันเองจน “Remus” ถูกสังหาร ส่วน “Romulus” ก็ได้กลายเป็นผู้ปกครองคนแรกของโรม 3.กองทัพอันยิ่งใหญ่ ชาวโรมันได้ร่วมมือกันสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ และทำการสู้รบเพื่อยึดดินแดนต่างๆมารวมเป็นพื้นที่ของตนเอง ด้วยประสิทธิภาพของกองทัพโรมันที่สามารถเคลื่อนพลได้ไกลวันละ 40 กิโลเมตร จนสามารถขยายอาณาเขตได้กว้างไกลโดยไม่ต้องพึ่งพายานพาหนะ ที่สำคัญเลยก็คือนับตั้งแต่ชาวโรมันเริ่มทำสงครามครั้งแรกจนถึงครั้งสุดท้ายก็ถือเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานถึง 721 ปีเลยทีเดียว 4.ยังไม่ใช่อารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น ในสมัยนั้น “จักรวรรดิโรมัน” มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 28 ของโลกเท่านั้น ยังมีจักรวรรดิอื่นๆที่สามารถขยายอาณาเขตได้มากกว่าถึง 27 จักรวรรดิ และประชากรทั้งหมดของโรมันก็ถือเป็นประชากรจำนวนเพียง 12% ของโลกเท่านั้น ในช่วงเวลานั้นมีการคำนวนค่าเฉลี่ยอายุของชาวโรมันอยู่ที่ 20-30 ปี เท่านั้น อายุไม่ค่อยจะยืนยาวกันสักเท่าไหร่ 5.ไม่ได้ใช้เวลาในการสู้รบเพียงอย่างเดียว ชาวโรมันยังใช้เวลาในการพัฒนาด้านศิลปะและสถาปัตยกรรม ถนนและกำแพง รวมไปถึงความรู้ทางด้านการก่อสร้างและถือกำเนิดวิศวกรชื่อดังออกมาเป็นจำนวนมาก ได้มีการก่อสร้าง โคลอสเซียม , วิหาร และเมืองอันสวยงามเช่นเมือง เลปติส เมกนา ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นเมืองที่สวยงามที่สุดของอาณาจักรโรมัน 6.เทศกาลบูชาเทพดาวเสาร์ มีชื่อเรียกเทศกาลนี้ว่า “Saturnalia” เป็นงานเฉลิมฉลองเพื่อบูชาเทพเจ้าดาวเสาร์ จะจัดขึ้นทุกวันที่ 17 ธันวาคมตามปฏิทินจูเลียน เป็นช่วงเวลาที่ใครนึกอยากจะทำอะไรก็ได้ตามใจ ผู้คนจะหยุดทำงานกัน 7 วันรวมไปถึงพวกทาสก็จะได้หยุดพักกันนาน 1 สัปดาห์ด้วย มีคนฉวยโอกาสก่ออาชญากรรมขึ้นบ้างแต่ก็ไม่ใช่จำนวนที่มากนัก 7.เทพเจ้าสุขา เป็นอีกหนึ่งความเชื่อของชาวโรมันว่าในห้องสุขานั้นมีเทพเจ้าสิงสถิตอยู่ ซึ่งก็ไม่ต่างจากความเชื่อของชนชาติอื่นเพียงแต่ว่าในบางชนชาติจะเชื่อว่านอกจากจะมีเทพเจ้าในสุขาแล้วยังอาจจะมีปีศาจและสิ่งชั่วร้ายเข้ามาสิงสถิตอยู่ด้วย เช่น คนญี่ปุ่นเป็นต้น แต่ตามความเจ้าของโรมันเขื่อว่าเทพเจ้าจะคอยปกป้องผู้คนจากโรคท้องร่วงหรืออาการท้องผูก 8.เรื่องแปลกในจักรวรรดิโรมัน ชาวโรมันใช้ฉี่ในการซักเสื้อผ้าซึ่งเป็นเรื่องปกติมากในสมัยนั้น , ในสมัยก่อนพื้นที่ในเมืองปารีสคือเมือง “Lutetia” ของจักรวรรดิโรมัน , ความลับในการเสริมความงามของพวกสาวๆคือการเอาเหงื่อของพวกนักสู้กลาดิเอเตอร์มาใช้ทาผิว , ในสมัยนั้นพวกทหารจะได้รับเกลือเป็นเงินเดือน!! และในสมัยนั้นมีตลาด “Trajan’s…

  • ทั่วไป

    5 เรื่องของเกม สตาร์คราฟต์ (StarCraft) ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

    สตาร์คราฟต์เป็นเกมคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมมานานนับทศวรรษ เป็นเกมที่ถูกสร้างขึ้นโดย  “Chris Metzen” และ “James Phinney” เกมได้รับความนิยมจากนักเล่นเกมอย่างมากทั้งจากการแข่งขันผ่านอินเตอร์เน็ตที่บ้านรวมไปถึงใช้ในงานการแข่งขันเล่นเกมทั่วโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าถึงแม้เกมนี้จะได้รับความนิยมอย่างล้นหลามแต่ก็ยังมีบางเรื่องที่แฟนเกมทั้งหลายไม่เคยทราบมาก่อน ไปอ่านกันได้เลย 1.ตอนแรกเกือบจะมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์อวกาศไปแล้ว – ในช่วงแรกของการพัฒนาเกมนี้ โดยทาง “Chris Metzen” ซึ่งเคยมีตำแหน่งเป็นรองประธานอาวุโส ของค่ายเกม “Blizzard” กล่าวว่าเขาเคยคิดจะให้เกมนี้มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์ในอวกาศแต่ก็มีไอเดียนี้ในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ส่วนทางทีมงานพอได้ยินเรื่องแวมไพร์อวกาศก็ตอบมาง่ายๆว่า “ไม่รู้สินะ”  เนื้อเรื่องมันดูแหว่งๆชอบกล พวกเราอยากสร้างอะไรที่มันมีเนื้อเรื่องกว้างกว่านี้ ในที่สุดก็มาลงเอยด้วยเนื้อเรื่องในภาคแรกสุด 2.การแข่งขันเกมสตาร์คราฟต์เริ่มถูกถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศเกาหลีเหนือมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 – และปัจจุบันกลายเป็นเหมือนกีฬาประจำชาติชนิดหนึ่งไปแล้ว ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ร้านเกมส์ประเภทอินเตอร์เน็ตคาเฟ่หรือที่เรียกกันว่า “PC bangs” กำลังบูม โดยในช่วงแรกเป็นงานแข่งเล่นเกมที่มีชื่อว่า “Starleague” ซึ่งจะให้นักเล่นระดับสูงเข้ามาแข่งขันกันโดยผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลไปนิดหน่อย โดยทำการฉายการแข่งขันทางทางช่อง “Tooniverse” รายการได้รับกระแสนิยมอย่างมากจนในที่สุดก็ต้องเปิดสถานีถ่ายทอดสดด้วยตัวเองคือ “OnGameNet” และความนิยมก็พุ่งต่อเนื่องถึงขีดสุดจนกระทั่งในปัจจุบันเกาหลีเหนือมีรายการถ่ายทอดสดการแข่งเล่นเกมผ่านทางเคเบิลทีวีถึง 3 รายการ และต้องถ่ายทอดสดกันตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากปี ค.ศ.2015 เป็นต้นไปก็เริ่มมีความนิยมในการถ่ายทอดสดผ่านทางอินเตอร์เน็ต 3.กองทัพอากาศของเกาหลีเหนืออนุญาตให้ทหารเป็นนักแข่งเกมมืออาชีพ – กลายเป็นทีมแข่งของกองทัพโดยเฉพาะเลย นั่นเป็นเพราะว่าที่เกาหลีเหนือจะมีนักแข่งเกมที่มีชื่อเสียงที่ต้องไปเกณฑ์ทหารอยู่หลายคน โดยปกติแล้วต้องไปเป็นทหารกัน 2 ปีพวกเขาเลยรวมตัวกันสร้างทีมทหารอากาศขึ้นมาและได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากกองทัพให้เข้าร่วมในงานแข่งขันต่างๆในระหว่างที่อยู่ในหน้าที่ และในปี ค.ศ.2009 ก็ติดอันดับโลกโดย “Guinness Book of World Records” ว่าเกาหลีเหนือเป็นประเทศแรกที่มีทีมเล่นเกมมืออาชีพอยู่ในกองทัพ แต่ว่าในปัจจุบันทุกคนในทีมก็แยกวงไปแล้วเพราะการแข่งขันในลีคของ “Starleague” มันกว้างใหญ่เอามากๆ 4.เกมสตาร์คราฟต์ได้รับความนิยมไปไกลถึงในอวกาศ – มีนักบินอวกาศชื่อ Daniel Barry เขาตัดสินใจเอาแผ่นดิสเกมสตาร์คราฟต์ติดตัวไปด้วยในภารกิจทำงานในสถานีอวกาศเมื่อปี ค.ศ.1999 เขาเอาเกมไปด้วยเพราะมันช่วยให้เขาคิดถึงบ้าน เขาเล่นเกมนี้ตั้งแต่ยังเด็ก โดยเขาเอาแผ่นเกมนี้โคจรรอบโลกไปแล้ว 153 ครั้งและเป็นระยะทางทั้งหมด 3.5 ล้านไมล์ทะเล แต่ถึงแม้จะเอาติดตัวไปด้วยแต่เขาก็ไม่มีโอกาสได้เล่นมันเพราะว่าแผ่นเกมถูกเก็บไว้ในบริเวณที่ไม่มีทางเข้าถึงได้ ปัจจุบันแผ่นเกมนี้ถูกส่งไปอยู่ที่สำนักงานของ “Blizzard” เพื่อเป็นเกียรติแก่ทีมงานผู้สร้างเกม 5.รวมอีกหลายเรื่องที่แฟนคลับอาจไม่เคยรู้มาก่อน – ในปี ค.ศ.2010 ทาง “Blizzard” เคยมีแผนที่จะสร้างเกมสตาร์คราฟต์เป็นภาพยนต์แต่ยังไม่ได้สร้างเสียทีเพราะเขากำลังรอให้ผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอน ว่างเสียก่อนแต่เผอิญว่าเขาไม่ว่าเนี่ยสิ , เกมภาคแรกเปิดตัวในงาน E3 ประจำปี ค.ศ.1996 ตอนนั้นเกมเวอร์ชั่นแรกถูกสร้างโดยใช้เอนจิ้นของเกม WarCraft II และสองเดือนถัดมาพวกเขาก็ตัดสินใจรื้อเอนจิ้นตัวนี้เพื่อปรับปรุงการใช้งาน , ในปัจจุบันที่เกาหลีเหนือมีทีมแข่งเกมสตาร์คราฟต์ที่สามารถมีเงินเดือนสูงถึงหกหลักมากถึง 12 ทีม ในขณะที่นักแข่งทั่วไปก็สามารถทำเงินได้มากกว่าพวกมนุษย์เงินเดือนเสียอีก